ึ ขึ้นราคาก๊าซหุงต้มแม่ค้าข้าวแกงมีผลกระทบแน่ นายบุญทรง เตริยมภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม ขึ้นอีกกก.ละ 6-7 บาท เป็น กก.ละ 24.86 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค.เป็นต้นไป ว่า อาจส่งกระทบต่อต้นทุนราคาสินค้าปลายทางหลายชนิด โดยเฉพาะราคาอาหารสำเร็จรูป ซึ่งได้สั่งการให้กรมการค้าภายในศึกษาผลกระทบต้นทุนอย่างละเอียด และทบทวนราคาแนะนำอาหารสำเร็จรูปใหม่ หลังจากราคาแนะนำเดิมได้เสนอให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พิจารณาไปแล้ว ทางด้านกระทรวงพลังงาน "กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างหามาตรการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย รวมถึงจำกัดขอบเขตผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหารว่ามีรายใดบ้างที่เข้าข่ายต้องได้รับการอุดหนุนราคา เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินตัวเลขออกมาได้ เพราะยังมีการใช้แอลพีจีข้ามกลุ่ม ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ แต่เมื่อมีการปรับราคาจะทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่ากลุ่มไหนได้รับผลกระทบ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือได้ถูกกลุ่ม และกลุ่มไหนไม่ควรช่วยเหลือ ทั้งหมดจะต้องได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 16 สิงหาคมนี้" นายอารักษ์กล่าว นายอารักษ์กล่าวว่า ปัจจุบันราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนอยู่ที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม ภาคขนส่งอยู่ที่ 21.13 บาทต่อกิโลกรัม หากปรับให้ราคาเท่ากับภาคอุตสาหกรรมซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 24.86 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับว่าราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนจะปรับขึ้นอีก 6-7 บาทต่อกิโลกรัม แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้ามาก เพราะจากสมมติฐานราคาแอลพีจีครัวเรือนหากปรับขึ้นไปถึง 30 บาทต่อกิโลกรัม จะส่งผลให้ต้นทุนราคาอาหารเพิ่มขึ้นประมาณ 0.25 บาท ราคาปรับใหม่ 420/ถังx10=4200บาท ต้องจ่ายต้นทุนเพิ่ม 920 บาท/เดือน รายได้หายไปเกือบพันบาทต่อเดือนอย่างนี้เดือดร้อนหรือเปล่าครับท่านรัฐมนตรี นี่ยังไมรู้ว่าวัตถุดิบต่างๆจะทยอยขึ้นตามมาอีกเท่าไหร่ |

รัฐมนตรีพลังงานและพาณิชย์ไม่ได้ใช้ความสามารถอะใร น่าผิดหวังจริงๆ
ตอบลบ